วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

เลือกนาฬิกาให้เข้ากับสไตล์คุณ

For women
         
       รู้หรือไม่ว่า นาฬิกาข้อมือผู้หญิง นั้นสามารถบ่งบอกความเป็นตัวเราได้ ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของคุณจะเป็นอย่างไร แต่ไอ เทมที่ต้องอยู่ ติดตัวคุณแทบจะตลอดเวลานั้นก็คือเจ้านาฬิกาดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าคะ ว่าใส่นาฬิกาแบบไหนให้เข้ากับ สไตล์ในแบบที่เป็นคุณ...
  

"เรียบง่าย ในสไตล์สุดชิค"
หากคุณเป็นสาวที่แต่งตัวแบบเรียบง่าย ในวันสบายสไตล์ชิลๆ แล้วละก็ นาฬิกาทรงกลม สายเรียบ มีดีเทลตรงหน้าปัดเล็กน้อย ช่วยเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับวันเบาๆ ของคุณ อีกทั้งยังสามารถแมทกับเสื้อผ้าได้ใน สไตล์ที่หลากหลาย ลงตัวอย่างง่ายดาย เหมาะกับชีวิตทุกไลฟ์สไตล์อีกด้วยค่ะ



"สาวเนียบ ที่ชอบความเรียบหรู" 
หากคุณเป็นสาวเนียบ ที่หลงไหลในความหรูหรา นาฬิกาข้อมือผู้หญิง บนตัวเรือนที่ฝังด้วยเพชรจะช่วยเพิ่มสเน่ห์ให้คุณมีบุคลิกที่โดดเด่น ดูน่าเชื่อถือ เหมาะกับการเจรจาธุรกิจ หรือพูดคุยงานกับลูกค้า สร้างความ มั่นใจให้คุณได้ตลอดทั้งวันเลยค่ะ



"สาวเท่ ขาลุย" 
สวยสดใสรับวันใหม่ กับนาฬิกาสุดคูล ที่พร้อมจะลุยกับคุณได้ในทุกที่ เหมาะสำหรับสาวเท่ที่มีไลฟ์ สไตล์ที่คล่องตัว ใช้ชีวิตอย่างมีสีสัน และทันสมัย ด้วยนาฬิกาหลากสี มีลูกเล่นของฟังก์ชั่นที่มาพร้อมกับดีไซน์สุด สร้างสรรค์ จนทำให้คุณดูเป็นสาวสมัยใหม่ขึ้นมาได้ไม่ยากค่ะ



"สาวแนว อารมณ์ศิลปิน" 
สำหรับสาวๆคนไหนที่มีไลฟ์สไตล์ รักอิสระ รักธรรมชาติ สายลม และแสงแดด ชนิดที่เรียก ว่า "ติสท์"
สุดๆแล้วละก็ นาฬิกาที่มีลักษณะคล้ายกำไลข้อมืออย่างสายหนัง ประดับด้วยหมุดเล็กๆ บนหน้าปัดเป็นเลข โรมันสุดคลาสซิก สไตล์วินเทจ ก็จะช่วยเพิ่มสเน่ห์ดั่งมีมนต์ขลังให้คุณดูเป็นสาวอาร์ตที่ดูไม่ธรรมดาได้แล้วหละค่ะ


ไม่ว่าในแต่ละวันคุณจะใช้ชีวิตแบบไหน ก็อย่าลืมเลือก นาฬิกาข้อมือผู้หญิง
ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันด้วยนะคะ เพราะ นอกจากการใส่นาฬิกาจะ
บ่งบอกความเป็นตัวคุณแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิก และความมั่นใจให้กับ
ตัวเองได้อีกด้วยคะ 



- - - - - - - - - - - - - - -



For men


       
         หากเราจำเป็นต้องเลือกซื้อนาฬิกาผู้ชายซักหนึ่งเรือน ไม่ว่าจะซื้อเป็นของขวัญให้ คนพิเศษ หรือเพื่อให้ตัวเอง เราจะมีหลักในการเลือกซื้ออย่างไรบ้าง และต้องดูอะไรบ้าง เพื่อให้เป็นองค์ประกอบในการเลือกซื้อ วันนี้เรามีเทคนิคในการเลือกซื้อนาฬิกาข้อมือผู้ชายมาฝากกันคะ
1. ข้อนี้เป็นลำดับที่สำคัญมากๆคะ ให้ดูที่งบประมาณก่อนนะคะว่าเราตั้งงบ ไว้ที่ราคาเท่าไร มีงบประมาณมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะได้ซื้อได้ถูกรุ่นและถูกราคาคะ 

2. ก่อนซื้อนาฬิกาควรตรวจสอบการลดราคาของนาฬิกาข้อมือผู้ชายแต่ละห้างไว้ก็ดีนะคะ เพื่อจะได้ซื้อของดีได้ในราคาที่ถูกกว่าคะ 

3. เลือกดูให้เหมาะสมกับวัย ฐานะ ของเราหรือให้เหมาะสมกับบุคลิกของคนที่เราจะซื้อให้คะ หากเป็นผู้ใหญ่ก็ให้เลือกสีที่เป็นสีเงินหรือสีทอง หน้า ปัด และดีไซน์ อาจจะดูเรียบ หรู ซักเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับฐานะและวัย วัสดุอาจทำจาก สเตนเลส หรือหนังก็ดีคะ แต่ถ้าเป็นวัยรุ่น ดูลุยๆก็อาจจะเลือกเรือนที่เน้นดีไซน์เป็นหลัก มีฟังก์ชั่นหลากหลายในการใช้งาน หน้าปัดอาจเป็นตัวเลขดิจิตอล สายอาจเป็นพลาสติกหรือสายผ้าก็ได้ เพื่อที่ทำให้ไม่ดูแก่เกินไปคะ 

4. ดูจากขนาดของข้อมือคะ สำหรับผู้ชายที่ข้อมือเล็ก  การใส่นาฬิกาข้อมือที่มีหน้าปัดใหญ่ๆจะทำให้ดู เทอะทะมากและยิ่งถ้าหากต้องนำนาฬิกาไปตัดสาย เพราะความไม่พอดีแล้ว จะยิ่งทำให้นาฬิกาข้อมือมีรูปทรงที่ไม่สมดุลเอามากๆคะ ควรเลือกหน้าปัดที่เล็กไว้ก่อนคะ แต่ควรหลีกเลี่ยงนาฬิกาข้อมือที่มีหน้าปัดเป็นสี่เหลี่ยม ผืนผ้า เพราะจะดูยาวจนปิดข้อมือ ทำให้ข้อมือดูเล็กลงไปอีก และควรเลือกสีที่สว่างๆไว้ ก็จะช่วยให้ข้อมือดูใหญ่ขึ้นได้อีกด้วยล่ะคะ แต่ถ้าผู้ชายที่ข้อมือใหญ่  หนุ่มๆที่ข้อมือใหญ่ ถือว่าโชคดีคะ จะไม่ค่อยมีปัญหากับการเลือกนาฬิกาข้อมือ ส่วนใหญ่จะใส่ได้กับทุกสี ทุกแบบ เลือกให้เข้ากับบุคลิกและใส่แล้วไม่อึดอัด ก็พอแล้วละคะ




12 หัวข้อ กับการเลือกซื้อนาฬิกาข้อมือ ให้เหมาะกับตัวคุณเอง




1. เลือกตามสไตล์และการออกแบบ (Your Live Style) คือ เราต้องให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของนาฬิกาเรือนนั้นๆ กับสถานที่ที่เราจะเดินทางไป พร้อมทั้งกิจกรรมที่เราจะทำ บวกกับเครื่องแต่งกายในวันนั้นๆของเรา โดยในมุมมองการใส่นาฬิการะดัสากล จะแบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆ ดังต่อไปนี้

         1.1 Dress ใช้ใส่ตอนออกงาน พบปะผู้คน หรือจะวันทำงานที่ใส่เชิ้ตสีเรียบๆ จะเป็นทอง แบบโลหะไทเทเนียมบางเบาพิเศษ หรือโลหะSS
         1.2 Designer เน้นยี่ห้อ ใครออกแบบ ประวัติความเป็นมาของนาฬิกาเรือนนั้นๆ มีความเป็นเอกลักษณ์ และบ่งบอกรสนิยมของคุณ เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษของคุณ
         1.3 Sports ใช้ในการเล่นกีฬา มีความคงทนเป็นพิเศษ ต้องทนแรงดันได้ประมาณ 10atm หรือ 100m เป็นอย่างต่ำ ถ้าจะให้ดี ควรเป็นรุ่น Divers 20atm หรือ 200m ขึ้นไป

2. ควรคำนึงถึงวัสดุผลิตที่คุณชอบและปัจจัยเอื้อถึง (Love and affordble) เป็นตัวเรือนพลาสติก เหล็ก หรือโลหะอื่นเช่นส  แตนเลช ไททาเนียม ทอง หรือแพลตินั่ม

3.  กระจกจะเป็นกระจก พลาสติก หรือคริสตัลที่ทนรอยขูดขีด (Mineral Crystal or Sappire Crystal)     ส่วนใหญ่นาฬิการะดับ Hi-End ล้วนใช้ Sappire Crystal โดยส่วนตัวแอดมินคิดว่า ข้อนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาเท่าใดนัก

4. น้ำหนัก มี ผลมากกว่าที่คิด โลหะอย่างเหล็กจะหนักกว่าไททาเนียมมาก ยิ่งถ้าคุณเคยลองใส่ breitling breitley navitimerคุณจะรู้เลยว่า ถ้าต้องใส่นาฬิกาหนัก 0.4กก.  ทั้งวัน บวกกับงานในวันนั้นๆของคุณที่จะต้อง Work On Site เนี่ย มันจะเพิ่มความเมื่อยให้กับคุณหรือไม่

5. นาฬิกาเป็นแบบคว๊อทซ์ (Quartz) หรือแบบเครื่องกล (Mechanic) แบบคว๊อทซ์จะเป็นระบบเดินเวลาเป็นจังหวะทำให้เข็มวินาทีขยับทีละ วินาที ไม่เลื่อนนิ่มๆแบบเครื่องกลซึ่งมีความซับซ้อนกว่า

6. Function Chronograph คือนาฬิกาที่จับเวลาได้ มีปุ่มเริ่มปุ่มหยุดและรีเซต ถ้าสามารถรีเซตได้โดยไม่ต้องกดหยุดก่อน จะเรียกว่า flyback ยิ่งถ้าจับเวลาละเอียดกว่าวินาทีจะเรียกว่า Rattrapante  ส่วนใหญ่ในข้อนี้ จะใช้ในสมัยก่อนมากกว่าปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีก้าวใกล้ เราอาจจะใช้ Samsung Hero เพื่อจับเวลาแทนก็ได้ แม่นยำเช่นกัน เพราะ นาฬิกาจักรกลถึงจะแพงแค่ไหน ความแม่นยำ ยังไงก็สู่ระบบดิจิตอลไม่ได้

7. ถ้าเข็มเรืองแสงดูในที่มืดได้ เรียกว่า Luminous หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า"พรายน้ำ" จะแจ่มชัดมากใน Seiko Monster นาฬิกายอดฮิตของยี่ห้อ เจ้าพ่อ luminousทรงใหญ่โต   ซึ่งก็คือ Gas Tube ซึ่งจะบรรจุก๊าซ Tritium เรืองแสงไว้ โดยอายุครึ่งคาบยาวนานกว่า luminous 2-3เท่า จึงทำให้ เมื่อบรรจุความเข้มแสงเต็ม จะสามารถส่องสว่างได้ 6-10 ชั่วโมง เลยทีเดียว ดังนั้น จึงเหมาะกับเหล่าทหารหาญลาดตะเวน ยิ่งนัก นอกจาก Ball แล้ว ก็ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ใช้ Gas Tube ทำมาร์คเกอร์นาฬิกา เช่น Luminox
จากตรงนี้จะสังเกตเห็นข้อแตงต่างกันชัดเจนอย่างนึง คือ  luminous จะแบนราบ แต่ Gas tube จะเป็นแท่งๆนูนขึ้นมาจากพื้นผิวหน้าปัดนาฬิกา

8. ถ้านาฬิกาแสดงเวลาหลายๆประเทศหลายๆช่วงเวลา เรียกว่า Multiple time zones อันนี้เหมาะมากกับหนุ่มสาวนักบิน แอร์โฮสเตสที่จะต้องบินไปหลายๆประเทศในเวลาติดๆกัน นาฬิกาเรือนเดียวครับ รู้เวลาทุกประเทศ

9. ถ้านาฬิกาส่งเสียงได้เรียกว่า Repeaters ช่วยย้ำเตือนกิจกรรมสำคัญได้โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์อื่น แต่อย่างว่าสมัยนี้ Gadgets เพียบ อาจจะไม่จำเป็นอีกแล้วก็ได้ แต่ผมว่า ยังไงๆ ดังจาก นาฬิกาก็เท่ห์กว่าดังจากมือถือ (imho)

10. Misc. เกิด ขึ้นในช่วงหลังๆที่ญี่ปุ่นได้ออกแบบ นาฬิกา ที่ใช้ระบบใหม่ ถือว่าเป็นนวัตกรรมของโลกนาฬิกา คือระบบ kinetics โดยอาศัยพลังงานจากการขยับแขน ของ Seiko และ การอาศัยพลังงานจากแสง ใน Eco-Drive ของ Citizen ถ้ามีโอกาสในหัวข้อนี้ จะมีการอธิบายแยกเรื่องออกไป

11. Tachometer/Tachemeter คือ ตัวเลขรอบกรอบนาฬิกาที่ใช้วัดความเร็วต่อหนึ่งกิโล/ไมล์ เช่นถ้าขับรถครบหนึ่งกิโล เข็มวินาทีชี้ไปที่เลข 60 หมายถึงรถขับเร็ว 60 กิโลต่อชั่วโมง

12. Perpetual calendar คือนาฬิกาที่แสดงวันที่ และสามารถปรับวันที่อัตโนมัติเมื่อผ่านวันสุดท้ายของเดือน อย่างเดือนกันยามี 30 วัน เมื่อพ้นวันที่ 30 จะเปลี่ยนเป็นวันที่ 1 แทนที่จะเป็น 31 เหมาะมากครับ สำหรับท่านที่ใส่นาฬิกาเรือนโปรดทุกวัน วันไหนไม่ใส่ก็เข้าตู้หมุน ตั้งนาฬิกาแค่ 4 ปี หนครับ


 


ขอบคุณข้อมูลจาก : 
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mambyrose&month=07-2013&date=06&group=36&gblog=76 
http://www.oknation.net/blog/blogd201333/2013/11/24/entry-9

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

ทายนิสัยจากการสวมใส่

 นาฬิกาแบบนักกีฬา 




เป็นนาฬิกาที่เหมาะสำหรับการใส่ไปในทุกที่ ทั้งขึ้นเขาลงห้วย คนที่ชอบใส่นาฬิกาแบบนี้จะมีบุคลิกกระฉับกระเฉง ชอบทำอะไรตามใจตัวเองและต้องเป็นเรื่องที่ท้าทายเสี่ยงภัยสูง นอกจากนี้ยังเป็นพวกที่ชอบการเรียนรู้หรือเรียกว่าเป็นพวกโลภความรู้ก็ได้ แถมมีความสามารถหลายทางอีกต่างหาก แล้วยังเป็นคนขยัน



นาฬิกาเครื่องประดับ
นิสัยเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์พร้อมไปซะทุกเรื่อง หรือเป็นพวกเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์นั่นเอง มีความสามารถในการทำงานที่ต้องการความปราณีต และสนใจข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นจำพวกงานแอนทีคมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว ต้องการการปกป้องคุ้มครองและให้คนมาคอยแคร์หรือเข้าใจความรู้สึกของตัวเองตลอดเวลา





นาฬิกาที่ใช้สัญลักษณ์ 

นาฬิกาแบบนี้จะมีสัญลักษณ์ต่าง ๆ ใช้บอกเวลาแทนตัวเลข สำหรับคนที่ชอบใช้นาฬิกาแบบนี้จะเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เป็นคนที่รู้ตัวเองว่าชอบหรือต้องการอะไรบ้าง นอกจากนี้ยังเป็นคนที่หากมีความเชื่อมั่นต่อสิ่งใด ก็จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงความเชื่อของตนไปง่าย ๆ ถ้าไม่มีอะไรมากระทบรุนแรงจริง ๆ จึงมักถูกมองว่าเป็นคนใจแข็งและไร้น้ำใจ




นาฬิกาแบบตัวเลข 


ชอบนาฬิกาแบบตัวเลขก็หมายถึงความชอบอันดับแรกของคนคนนั้นที่เขามีต่อนาฬิกา เพราะว่ามันใช้ตัวเลขบอกเวลาแล้วล่ะก็ ลักษณะนิสัยมักจะมีความเปลี่ยนแปลงเร็วมาก อารมณ์ผันผวนตลอดเวลา แต่ก็จะเป็นคนที่มีอารมณ์ละเอียดอ่อน สามารถเข้าถึงงานที่เกี่ยวกับศิลปะได้ง่าย นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เหมาะกับการเป็นที่ปรึกษาของคนทั่วไป เพราะมักจะมีข้อแนะนำที่ดี ๆ สำหรับ
                                          แก้ปัญหาของผู้อื่นเสมอ


นาฬิกาแบบกลไก 



นาฬิกาแบบกลไกจะได้รับการออกแบบที่ไม่เหมือนนาฬิกาทั่วไป ซึ่งคนที่ชอบนาฬิกาแบบนี้จะมีความเป็นเด็กสูง ชอบความตื่นเต้นแปลกตาเร้าใจอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่สวยงาม รักเพื่อนพ้องน้องพี่ แม้จะมีความขี้เล่นมากไปสักหน่อยก็ตาม            
                         




นาฬิกาแบบไฮเทค

นาฬิกาแบบไฮเทคก็คือนาฬิกาที่มีความสามารถทำได้เกินความเป็นนาฬิกา เช่น บันทึกเบอร์โทรศัพท์พร้อมที่อยู่ได้ 100 เลขหมาย เป็นต้น คนที่ชอบนาฬิกาแบบนี้จะเป็นคนที่มีพลังมาก มักมีโครงการใหม่ ๆ อยู่ในสมองเสมอ เดี๋ยวทำนั่นทำนี่ เรียกว่าไฟแรงมาก แล้วยังเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรซ้ำอยู่เหมือนเดิมนาน ๆ รักความอิสระ และชอบการเปลี่ยนแปลงมีความเป็นส่วนตัวสูงและไม่เคยแคร์ว่าคนอื่นจะคิดกับตนอย่างไร



นาฬิกาแบบหรู ๆ

คนที่ชอบนาฬิกาแบบหรู ๆ ราคาแพง ประเภทแบบนี้ทำแค่เรือนเดียวในโลกอะไรทำนองนี้ บ่งบอกถึงนิสัยที่ชอบความโดดเด่น และเป็นคนกล้าแสดงออก นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการทำงานมาก เป็นคนจริงจัง รอบคอบ ทะเยอทะยาน และต้องการความมั่นคงทางเศรษฐกิจสูง เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของตนเอง แถมยังเป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่ชอบการใช้ชีวิตโดย
                                          ไร้เป้าหมาย หรือคาดเดาไม่ได้โดยเด็ดขาด



นาฬิกายี่ห้อดัง 
สำหรับหัวข้อนี้เพื่อผู้ที่ให้ความสำคัญกับยี่ห้อของนาฬิกาเป็นอันดับแรก โดยไม่ได้สนใจว่าแบบสวยหรือเปล่า นิสัยของคนที่ชอบนาฬิกาแบบนี้นั้น จะเป็นคนที่ชอบการแต่งตัว และชอบได้รับความสนใจนิยมชมชอบจากผู้คนมากเป็นพิเศษ ชื่นชอบชีวิตที่หรูหรา และค่อนข้างจะถือตัว แต่ถ้าต้องการรู้จักคบหากับใครจะเป็นฝ่ายเข้าไปทำความรู้จักเอง ชอบเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่าคนอื่น




ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.narak.com/horoscope/guesswatch.shtml





วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

วิธีเลือกซื้อนาฬิกาของแท้


ใครบ้างที่เคยซื้อของแล้วมารู้ทีหลังว่าสินค้านั้นเป็นของเลียนแบบ มันคงรู้สึก

ไม่ดีแน่ แต่จะดีกว่าถ้าหากคุณได้ศึกษาก่อนว่าสินค้าที่ต้องการซื้อนั้นของแท้มันต่าง
จากของเลียนแบบอย่างไร วันนี้ผมจึงมาเสนอแนะขั้นตอนการดูว่านาฬิกา 
casio ของแท้นั้นมีความแตกต่างจากของปลอมอย่างไร ทุกขั้นตอนที่
ผมอธิบายเกิดจากประสบการณ์ของผมโดยตรง หากมีความผิดพลาด
ประการใดก็ขอโทษด้วยนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.casiowatch.in.th



เทคนิคการเลือกนาฬิกา G Shock ของแท้รุ่นต่าง ๆ


Casio G-Shock GW-9400-1A





 

Casio G-Shock Dw-6900ZB-9

 



Casio G-Shock GD-120CM-4




เทคโนโลยีของนาฬิกา G Shock.



โครงสร้างตัวเรือนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนี้เปิดโอกาสให้เราสร้างสรรค์นาฬิกา G-SHOCK เรือนแรก ความลับในการทำงานของโครงสร้างรุ่นนี้คือการกระจายแรงกระแทกด้านนอกโดยการทำให้โมดูลด้านใน "ลอย" ไปตามตัวเรือนพร้อมกับมีจุดช่วยรองรับเพียงแค่ไม่กี่จุดเท่านั้น ในเวลาต่อมาเราก็ประสบสำเร็จในการเพิ่มคุณสมบัติการต้านแรงกระแทกไปที่ตัวโมดูลเองผ่านทางนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




กะเปาะโค้งมนช่วยรับรองว่าปุ่มต่างๆจะไม่สัมผัสกับพื้นราบหากตกพื้น


กรอบที่ปกคลุมรอบช่วยป้องกันไม่ให้ปุ่มต่างๆที่เชื่อมต่อกับโมดูลได้รับการกระแทกและกรอบที่ว่านี้จะอยู่ในสภาวะ "พร้อมรับมือ" เสมอเพื่อป้องกันปุ่มจากการโดนกระแทก


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


                                                              


ออสซิลเลเตอร์คริสตัลและชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆในโมดูลจะมีวัสดุรองรับแรงกระแทกอยู่เพื่อปกป้องชิ้นส่วนเหล่านี้ และช่วยป้องกันไม่ให้ทำงานผิดปกติหรือล้มเหลวอันเกิดจากการโดนหักบิดที่อาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อชิ้นส่วนภายในโมดูลหากนาฬิกาได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


                                   


G-SHOCK สามารถทนทานต่อแรงโน้มถ่วงได้เกินกว่าระดับ 15G ซึ่งเป็นระดับพื้นฐานที่เครื่องบันทึกข้อมูลการบินและบันทึกเสียงในห้องนักบินต้องรับได้ตามมาตรฐานการทดสอบอัตราเร่งต่อเนื่องของอุปกรณ์การบิน (มาตรฐาน ISO 2669) จากการทดสอบสามารถยืนยันได้ว่าฟังก์ชันการทำงานต่างๆรวมถึงฟังก์ชันการจับเวลาที่มีความถูกต้องถึง 1/100 วินาทีสามารถทำงานได้ตามปกติในสภาวะที่อยู่ในเครื่องบินที่มีความเร็วสูงหรือสถานการณ์ที่มีแรงเหวี่ยงตามแรงโน้มถ่วงสูง


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




เนื่องจาก G-SHOCK สามารถทำงานได้ตามปกติที่อุณหภูมิติดลบมากๆ ผู้สวมใส่จึงมั่นใจได้ว่านาฬิกาจะยังสามารถทำงานได้แม้อยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นมากหรืออยู่บนเขาสูง


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




การทนทานต่อแรงสั่นรุนแรงที่มีประสิทธิภาพเสมอทำให้ G-SHOCK เป็นนาฬิกาที่เหมาะต่อสภาวะที่สั่นสะเทือนสูง เช่น การขับรถบนถนนขรุขระที่ต้องใช้ความเร็วสูงเป็นต้น


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




ความสามารถที่จะทนทานต่อแรงกระแทกซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันเลื่องชื่อของ G-SHOCK ช่วยป้องกันนาฬิกาจากแรงกระแทกทุกชนิด ทำให้นาฬิกาสามารถทำงานได้ตามปกติแม้ว่าจะโดนทุบด้วยค้อนหรือวัตถุของแข็งหนัก ๆ ชิ้นอื่น


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





เพื่อลองประเมินแรงกระแทกรูปแบบต่างๆที่อาจเกิดกับนาฬิการะหว่างที่มีการใช้งาน เราจึงได้ทดสอบปล่อยนาฬิกาตกพื้นที่จะทำให้เกิดสภาวะการกระแทกที่แตกต่างกันในแต่ละครั้ง จุดประสงค์ในการทดสอบนี้ก็เพื่อยืนยันว่านาฬิกาจะยังทำงานได้ตามปกติแม้ว่าจะเกิดการกระแทกที่ไม่สามารถคาดเดาได้


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




เราทดลองจุ่มนาฬิกา G-SHOCK ในน้ำเพื่อยืนยันว่านาฬิกาสามารถทนทานต่อแรงดันน้ำได้จริง การหย่อนนาฬิกาลงไปในน้ำที่มีความดันระดับเดียวกับน้ำที่ลึก 200 เมตรเป็นการยืนยันว่านอกจากนาฬิกาจะกันน้ำได้จริงแล้วยังสามารถทนทานต่อแรงดันสูงได้อีกด้วย


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




G-SHOCK สามารถทนทานต่อแรงกระแสไฟฟ้าที่อาจรบกวนการทำงานของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ในเครื่องได้ทำให้มั่นใจได้ว่านาฬิกาจะทำงานได้ตามปกติในสภาวะที่อาจมีไฟฟ้าสถิตได้


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.casio-intl.com/th/th/wat/g_shock/tech/

ประวัติของนาฬิกา G Shock



มร.คิคุโอะ อิเบะ

           ถ้าไม่มีนักประดิษฐ์ ที่กล้าฉีกกฎเกณฑ์คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆเพื่อปฏิวัติโลกให้สวยงามขึ้น ป่านนี้โลกของเราก็คงหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่พัฒนาไปไกลอย่างที่เห็น!! สหภาพโซเวียตประดิษฐ์ ดาวเทียมสปุตนิกและส่งออกไปนอกโลกครั้งแรกเมื่อปี 1957 ขณะที่ เอทีเอ็มถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยธนาคารบาร์คเลย์เมื่อปี 1967 เปิดโลกการทำธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ส่วน โทรศัพท์มือถือพัฒนาคิดค้นขึ้นด้วยฝีมือ มาร์ติน คูเปอร์เมื่อปี 1973 จนกลายเป็นพื้นฐานสร้างเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สาย และไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเล็กขนาดไหน ก็ส่งผลกระทบอย่างสะเทือนเลื่อนลั่นต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษยชาติได้อย่างน่าทึ่ง!! โดยหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่เติบโตมาพร้อมกับพวกเรา และครองความนิยมจวบจนถึงปัจจุบัน ต้องยกให้ นาฬิกา G–SHOCK ของคาสิโอ ซึ่งคิดค้นขึ้นจากมันสมองและความช่างสังเกตของวิศวกรกลไกชื่อดังชาวญี่ปุ่น มร.คิคุโอะ อิเบะเมื่อ 3 ทศวรรษที่แล้ว จนขึ้นหิ้งเป็นนวัตกรรมชิ้นเอกของวงการนาฬิกาโลก





อิเบะซังเริ่มเข้ามาทำงานกับ คาสิโอได้อย่างไร
       ผมเรียนจบวิศวกรรมกลไก จบปั๊บก็ทำงานที่ คาสิโอเลย ตั้งแต่ปี 1978 เริ่มแรกที่เข้ามาทำงานในแผนกออกแบบนาฬิกา คาสิโอเพิ่งเป็นบริษัทเล็กๆเท่านั้น เน้นผลิตนาฬิกาดิจิตอลเป็นหลัก ตอนนั้นผมอายุแค่ 23 ปี จึงคิดว่า ถ้าทำงานกับบริษัทเล็กๆก็มีโอกาสได้แสดงความสามารถ และสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆมากกว่า

ทำงานหลายปีไหมกว่าจะคิดค้นนวัต-กรรมเจ๋งๆอย่าง จีช็อค

ผมทำงานกับ คาสิโอได้ 5 ปี ถึงจะเริ่มคิดค้นโปรเจกต์สร้างสรรค์นาฬิกาจี-ช็อค โดยใช้เวลาค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมอยู่ถึง 3 ปีเต็ม จึงประสบความสำเร็จ






อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำนาฬิกาล้ำสมัยตกไม่แตก

       เกิดจากประสบการณ์จริงของผมเองครับ ตั้งแต่สมัยเรียน ผมได้รับนาฬิกาเรือนหนึ่งเป็นของขวัญจากคุณพ่อ ซึ่งก็ใช้มานานมากกระทั่งทำงานกับ คาสิโอแต่มีอยู่วันหนึ่งผมดันทำนาฬิกาเรือนนั้นตกลงพื้น และแตกกระจายหมด จึงเกิดความคิดว่า สักวันหนึ่งผมอยากทำนาฬิกาอะไรก็ได้ที่ตกแล้วไม่แตก แข็งแรงทนทาน ซึ่งก็คือที่มาของไอเดียการสร้างสรรค์ จี-ช็อค

ถือเป็นการปฏิวัติวงการวิศวกรรมนาฬิกาเลยใช่ไหม


       ในยุคนั้นไม่มีนาฬิกายี่ห้อไหนทำนาฬิกาแบบนี้ ถือเป็นนาฬิกาที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยที่สุด กระทั่งถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีใครสามารถทำนาฬิกาที่มีความแข็งแรงทนทานเทียบเท่ากับ จี-ช็อคแต่กว่าจะได้นาฬิกา จี-ช็อคผมต้องโยนนาฬิกาลงจากอพาร์ตเมนต์ชั้น 3 ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อทดสอบความทนทาน กระทั่งปี 1981 ความฝันใกล้เป็นจริง เมื่อประสบความสำเร็จในการพัฒนานาฬิกา “Triple 10ที่มีคุณสมบัติทนแรงกระแทกจากการตกบนพื้นได้ถึง 10 เมตร, กันน้ำได้ระดับ 10 บาร์ และมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ถึง 10 ปี จากนั้นการพัฒนานาฬิกา จี-ช็อคก็ประสบความสำเร็จ และสามารถผลิตโมเดลแรกออกมาให้ตื่นตาตื่นใจในปี 1983 โดยทีมงานของผมได้คิดค้นนำพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูงและทนแรงกระแทกได้ดีอย่าง ยูรีเทนมาผลิตเป็นตัวเรือนนาฬิกาครั้งแรกในโลก ด้วยแรงบันดาลใจจากคุณสมบัติเด่นของลูกบอลยาง พร้อมกันนี้ ก็ปรับตัวเครื่องด้านในให้ลอยไม่ยึดติดกับตัวเรือน ทำให้สามารถกระจายแรงกระแทกจากด้านนอกได้ ตัวเรือนจึงไม่ได้รับความเสียหายง่าย ๆ









คำว่า จีช็อคมาจากอะไร

ตอนทดสอบความทนทานของนาฬิกา จี-ช็อคมันมีเรื่องของแรงโน้มถ่วง คือ Gravity เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงคุยกับทีมงานว่าจะดึงตัว G มาใช้เป็นชื่อนาฬิกา เพื่อสื่อถึงความทนทานต่อแรงกระแทก และความนำสมัย

อะไรคือความโดดเด่นของ จีช็อคที่ทำให้ครองความนิยมถึงปัจจุบัน แม้จะผ่านกาลเวลามาแล้ว 30 ปี

ความแข็งแรงทนทานของโครงสร้างนาฬิกา จี-ช็อคตกไม่แตก แถมยังทนทานไฟด้วย เรื่องนี้ไม่มีการเทสต์อย่างเป็นทางการ แต่มีนักดับเพลิงยืนยันว่าเคยใส่ จี-ช็อคผจญเพลิงมาแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยเด่นคือ เราไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มีการนำเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ และใส่บลูทูธเข้าไปเป็นฟังก์ชั่นหนึ่งในนาฬิกา นอกจากนี้ ดีไซน์ยังโดดเด่นเข้ายุคสมัย

ยุคไหนคือยุคทองของ จีช็อคที่เฟื่องฟูที่สุด

(ครุ่นคิดพักใหญ่) ตั้งแต่เริ่มวางขายในปี 1983 มาจนถึงปี 1990จี-ช็อคยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ คือขายไม่ดี และสื่อก็ไม่สนใจเลย แต่พอเข้าสู่ยุคต้นทศวรรษ 1990 จู่ๆกลับเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ยอดขายทะลุเพดาน และสื่อญี่ปุ่นต่างก็ให้ความสนใจนำเสนอข่าวเกี่ยวกับ จี-ช็อคจุดเปลี่ยนสำคัญมี 2 ช่วงคือ ช่วงก่อนปี 1990 เราผลิต จี-ช็อคแค่ 2 สี คือ ดำและเหลือง ทำให้ไม่โดนใจวัยรุ่นเท่าไหร่ เป็นเพียงนาฬิกาของช่างและผู้ใช้แรงงาน แต่หลังจากต้นทศวรรษ 1990 มีการปรับเปลี่ยนนาฬิกาให้มีสีสันหลากหลายขึ้น ประกอบกับสื่อในญี่ปุ่นให้ความสนใจนำเสนอข่าวอย่างคึกคัก จึงทำให้ จี-ช็อคขายดีระเบิด

กว่าจะประสบความสำเร็จต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ทำยังไงไม่ให้สิ้นหวังไปก่อน

ยอมรับว่า ตอนแรกๆกลุ้มใจมาก!! เกรงใจบริษัท เกรงใจฝ่ายการตลาด และดีลเลอร์ เพราะขายไม่ออก!! แต่ผมก็แอบหวังลึกๆว่าคงมีสักวันที่เทรนด์โลกจะเปลี่ยนแปลงไป แล้วหันมายอมรับนาฬิกา จี-ช็อคซึ่งหน้าตาประหลาดสำหรับคนยุคนั้น เป้าหมายของการคิดค้นนาฬิกา จี-ช็อคคือ ผมตั้งใจทำนาฬิกาแข็งแรงทนทานที่สุด กลุ่มลูกค้าหลักในยุคแรกจึงจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มช่าง และผู้ใช้แรงงาน ที่ทำงานสมบุกสมบัน ทำให้ยอดขายในช่วง 10 ปีแรกลุ่มๆดอนๆ แต่ทาร์เก็ตเปลี่ยนไปในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เมื่อเราเน้นเรื่องการพัฒนาสีสันและดีไซน์ให้โดดเด่นทันสมัยยิ่งขึ้น จี-ช็อคจึงขยายความนิยมสู่วัยรุ่น, คนทำงาน และยิ่งฮิตฮอตเมื่อนักกีฬาสเกตบอร์ดหันมานิยมใส่ จี-ช็อค

ก้าวไหนเป็นก้าวสำคัญในการแจ้งเกิดของ จีช็อค

จี-ช็อคไปวางขายในอเมริกาเป็นตลาดแรก แต่ช่วงแรกๆ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ยังจำกัดกลุ่มลูกค้าอยู่แค่ผู้ใช้แรงงานเหมือนในญี่ปุ่น กระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อมีรายการทอล์กโชว์ดังของอเมริกา นำนาฬิกา จี-ช็อคไปพิสูจน์ความทนทานออกอากาศตามเสียงเรียกร้องของผู้ชม โดยใช้ไม้ฮอกกี้น้ำแข็งฟาดนาฬิกาแทนลูกฮอกกี้ ปรากฏว่า นาฬิกาไม่เป็นอะไรเลย ทำให้ผู้บริโภคอเมริกันทึ่งมาก และหันมาอุดหนุน จี-ช็อคกันอย่างถล่มทลาย เมื่อตลาดอเมริกาบูม คราวนี้ก็ปลุกกระแสนิยมในญี่ปุ่นให้บูมขึ้นมาด้วย พ่อค้าหัวใสจำนวนมากนำเข้า จี-ช็อคจากอเมริกา เพื่อมาวางขายในญี่ปุ่น ยุคนี้เองที่ จี-ช็อคได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ไปสู่ความเป็นผู้นำเทรนด์

หลังประสบความสำเร็จจริงๆได้เป็นเจ้าพ่อ จีช็อค ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม


จุดต่างคือ ช่วง 10 ปีแรก ไม่มีใครสนใจผมเลย ก็ก้มหน้าก้มตาคิดค้นโน่นคิดค้นนี่ไปเรื่อยๆ แต่พอหลังจากต้นทศวรรษ 1990 กลายเป็นว่ามีสื่อทุกแขนงมาขอสัมภาษณ์ไม่เว้นแต่ละวัน ก็ชื่นใจมากครับ แต่ไม่ถึงกลับมีคนปูพรมแดงให้เดินในบริษัทคาสิโอ (หัวเราะ)





ในฐานะผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการนาฬิกา เทรนด์ไหนจะมาแรงในอนาคต

       ผมคิดว่า เราทุ่มเทความสนใจกับเรื่องนวัตกรรมและความไฮเทคมาเยอะ ต่อไปน่าจะเข้าสู่เทรนด์ สูงสุดคืนสู่สามัญหันกลับมาหาอะไรที่เรียบง่ายและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น ความท้าทายของผมคือ ทำอย่างไรจะคิดค้นนาฬิกาที่ราคาย่อมเยาแต่คุณภาพสูง ตรงนี้ถือเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมกลไก จากนี้ไปต้องเน้นการพัฒนาสินค้าที่มีเอกลักษณ์ และ ใช่สำหรับผู้บริโภคทุกระดับ

ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยๆ ยังมีฝันอะไรที่อยากไปให้ถึงอีกไหม

       ผมชอบปลูกผักครับ การปลูกต้นไม้และปลูกผัก เราต้องให้ความรักความเอาใจใส่ ถ้าเราไม่เอาใจใส่ ปลูกยังไงผักก็ไม่งอกงามดี ผมอยากจะพัฒนาตัวเองให้มีความเชี่ยวชาญในการปลูกผักอย่างลึกซึ้งจริงๆ

ปีนี้อายุ 60 แล้ว เติมเชื้อไฟยังไงไม่ให้มอด และมีแรงสร้างสรรค์ไม่หยุดยั้ง

       การเดินทางไปพบปะคนใหม่ๆ พบเห็นสถานที่ใหม่ๆ คือแรงบันดาลใจสำคัญที่จุดประกายให้มีพลังสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง  อย่างการเดินทางมาเมืองไทยครั้งนี้ ได้เห็นรอยยิ้มของคนไทย ก็ทำให้เกิดไอเดียเจ๋งๆ

ในฐานะเจ้าพ่อจีช็อค  อะไรทำให้คุณ ช็อคที่สุดในชีวิต

       ความรุนแรงและสงครามที่เกิดขึ้นตามมุมต่างๆของโลก!! แต่ถ้าเป็นความช็อคส่วนตัวคือ ผมเคยโดนยิงคำถามว่าคุณเดินทางเยอะ แล้วจะรักษาความสงบในบ้านได้อย่างไร ผมถามเขากลับว่า ถ้าสามีคุณเป็นแบบผมต้องเดินทางเยอะ คุณจะทำยังไง เธอคนนั้นตอบว่า ฉันขอหย่าแน่นอน...อันนี้ก็ช็อคผมไปเลย!!



ขอขอบคุณที่มากจาก : http://www.thairath.co.th/content/381746